วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประวัติของเพลงชาติไทย

     เพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติแสดงความเป็นเอกราชของชาติ ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร
เป็นแหล่งรวมใจของคนในชาติให้เป็นจุดเดียวกันสร้างความรู้สึก สำนึก ในความเป็นพี่น้อง สร้างความ
ภูมิใจในศักดิ์ศรีสิทธิเสรีภาพระหว่างคนในชาติ และเพื่อปลุกใจให้เกิดความรักชาติ
     ความคิดเรื่องเพลงประจำชาติ เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ.2414 โดยได้รับอิทธิพลมา
จากตะวันตก ซึ่งมีเพลงประจำชาติมาก่อน โดยเฉพาะอิทธิพลจากประเทศอังกฤษ โดยนายทหารอังกฤษ
2 คน ซึ่งเข้ามาเป็นครูฝึกทหารเกณฑ์ในวังหลวงและวังหน้าในปลาย รัชกาลที่ 4 ปี พ.ศ.2395 ชื่อ
ร้อยเอกอิมเปย์ (Impey) และร้อยเอกน๊อกซ์ (Thomas G. Knox) นายทหารอังกฤษทั้ง 2 นายนี้ ได้
ใช้เพลงกอดเสฟเดอะควีน (God Save the Queen) เป็นเพลงฝึกสำหรับทหารแตรและอังกฤษได้
ใช้เพลงกอดเสฟเดอะควีนนี้ เป็นเพลงประจำชาติ
     ในการฝึกทหารของไทยสมัยนั้น ใช้แบบอย่างของประเทศอังกฤษทั้งหมด ดังนั้นเพลงกอดเสฟ
เดอะควีน (God Save the Queen) จึงใช้เป็นเพลงเกียรติยศ ถวายความเคารพต่อพระมหากษัตริย์
ใช้สำหรับกองทหารไทยในระหว่างปี พ.ศ.2395 ถึง พ.ศ.2414 เรียกกันว่า เพลงสรรเสริญพระบารมี
อังกฤษ
     พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ได้ประพันธ์เนื้อร้องขึ้นมาใหม่โดยใช้เนื้อเพลงกอดเสฟ
เดอะควีนเดิม และตั้งชื่อเพลงขึ้นใหม่ว่า จอมราชจงเจริญ นับเป็นเพลงชาติฉบับแรกของประเทศสยาม
     ในปี พ.ศ.2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส เมืองสิงคโปร์ ในขณะนั้น
สิงคโปร์ยังเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษอยู่ กองทหารดุริยางค์สิงคโปร์ บรรเลงเพลงกอดเสฟ
เดอะควีน เพื่อถวายความเคารพ
     พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงตระหนักดีว่าประเทศมีความจำเป็นจะต้องมี
เพลงชาติที่เป็นของตัวเองขึ้น เพื่อแสดงถึงความเป็นเอกราชของชาติ ครั้นเมื่อทรงเสด็จกลับถึงพระ
นคร จึงได้โปรดให้ตั้งคณะครูดนตรีไทยขึ้น เพื่อทรงปรึกษาหาเพลงชาติที่มีความเป็นไทย มาใช้แทน
เพลงกอดเสฟเดอะควีน คณะครูดนตรีไทยได้เลือกเพลงทรงพระสุบันหรือเรียกอีกอย่างว่า เพลงบุหลัน
ลอยเลื่อน ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยนำมาเรียบ
เรียงใหม่ ให้มีความเป็นสากลขึ้น โดยเฮวุดเซน (Heutsen) นับเป็น เพลงชาติไทยฉบับที่สอง ใช้
บรรเลงในระหว่างปี พ.ศ.2414 - 2431
     สำหรับเพลงชาติไทยฉบับที่สาม คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี (ฉบับปัจจุบัน) ประพันธ์โดย ปโยตร์
สชูโรฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักประพันธ์ชาวรัสเซีย คำร้องเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรม
พระนริศรานุวัตติวงศ์ ใช้บรรเลงเป็นเพลงชาติ ในระหว่างปี พ.ศ.2431 - 2475
    เพลงชาติไทยฉบับที่สี่ คือ เพลงชาติมหาชัย ใช้เป็นเพลงชาติในระหว่างการเปลี่ยนแปลง การ
ปกครองปี พ.ศ.2475 โดยอาศัยทำนองเพลงมหาชัย ส่วนคำร้องนั้นประพันธ์โดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์
มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เพื่อใช้ขับร้องและบรรเลงปลุกเร้าใจ ประชาชนก่อให้เกิดความรักชาติ
และสร้างความสามัคคี ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
     เพลงชาติไทยฉบับที่ห้า คือ เพลงชาติฉบับพระเจนดุริยางค์ ผู้ประพันธ์ทำนองมีคำร้องประพันธ์โดย
ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ใช้เป็นเพลงชาติระหว่างปี พ.ศ.2475-2477
     เพลงชาติฉบับที่หก คือ เพลงชาติฉบับพระเจนดุริยางค์ ที่เพิ่มคำร้องของนายฉัน ขำวิไล เข้าต่อจาก
คำร้องของขุนวิจิตรมาตรา ใช้เป็นเพลงชาติระหว่างปี พ.ศ.2477-2482 เป็นเพลงชาติที่เป็นฉบับของ
ทาง ราชการ ฉบับแรก
     เพลงชาติฉบับปัจจุบัน คือ เพลงชาติฉบับพระเจนดุริยางค์ ที่เปลี่ยนคำร้องประพันธ์โดย พันเอก
หลวง สารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ใช้เป็นเพลงชาติตั้งแต่ปี พ.ศ.2482 กระทั่งปัจจุบัน ครั้งนั้น
ทางรัฐบาลได้ประกาศประกวดเพลงชาติขึ้นใหม่ ในเดือน กันยายน ผลประกวดปรากฏผู้ชนะได้แก่
นายพันเอกหลวง สารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ซึ่งส่งในนามของกองทัพบก รัฐบาลได้ประกาศ
ใช้เพลงชาติไทย ฉบับปัจจุบัน เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2482
การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing)